เทศน์เช้า วันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๙
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ตั้งใจฟังธรรมะนะ ฟังธรรมเพื่อหัวใจของตนนะ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนไว้ว่า ให้มีธรรมเป็นที่พึ่งเถิด
ธรรมคือธรรมชาติ ธรรมคือเหตุและผลที่เป็นสัจจะเป็นความจริง เราหาสิ่งนี้เป็นที่พึ่งที่อาศัยไง
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
ฤกษ์ยามนาทีนั้นมันเป็นเรื่องของทางโลกเขา เราทำความดีเมื่อไหร่ก็ได้ เวลาเกิด เราล็อกเวลาไม่ได้ เวลาตาย เราก็ล็อกเวลาไม่ได้ แต่เวลาทำคุณงามความดีของเรา มีสติปัญญาของเราไง ทำคุณงามความดีเพื่อหัวใจของตน
มันจะทุกข์มันจะยากขนาดไหน นั่นมันกระแสสังคม เป็นเรื่องของสัจจะ เรื่องของเราเอง เราเป็นคนทำ เราเป็นคนรู้ ความลับไม่มีในโลกไง ไปทำความชั่วไว้ที่ไหน มันฝังใจทั้งนั้นน่ะ ไปทำความชั่วไว้ที่ไหน มันพยายามปกปิดไว้ทั้งนั้นน่ะ แต่ถ้าทำคุณงามความดี เขาก็จะประกาศเชิดชูกันไง เราทำคุณงามความดี เราก็ปกปิดของเราไว้ไง
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
เวลาฝึกหัดปฏิบัติ นั่งอยู่คนเดียวทั้งนั้นน่ะ ทำสมาธิหรือทำสมาธิไม่ได้
ทำไมต้องทำสมาธิล่ะ
เพราะมันเป็นอาหารของใจไง ฟังธรรมๆ ก็เพื่อความฉลาดของหัวใจของตน มันพูดฉลาดกับโง่เท่านั้นเอง โง่หรือฉลาด
แต่เวลาถ้าทำความจริงขึ้นมานะ มันเป็นข้อเท็จจริงไง ถ้าข้อเท็จจริง ถ้ามันสงบระงับเข้ามา โอ้โฮ! โอ้โฮ! เลย ถ้ามัน โอ้โฮ! ขึ้นมา สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี
คนเราเกิดมามีกายกับใจๆ เวลาเราแสวงหา เราแสวงหาเพื่อปรนเปรอร่างกายนี้เท่านั้น เพื่อบำรุงบำเรอมัน บำรุงบำเรอมันแล้วก็ไม่มีวันพอไง ไม่มีวันพอเพราะมันเคยใจไง ใจมันเคย มันเป็นอย่างนั้นไง แต่ถ้าเป็นธรรมะๆ เป็นอาหารของใจไง อาหารของใจ มีสติ สอนให้เรามีสติสัมปชัญญะ มันจะไม่ไหลไปตามกระแสสังคม กระแสโลกไง
กระต่ายตื่นตูม การประชาสัมพันธ์ๆ การโฆษณาประชาสัมพันธ์นั่นน่ะหลอก หลอกทั้งนั้นน่ะ โน้มน้าว โน้มน้าวให้เราเป็นไปไง
ถ้ามีสติปัญญา เราทำความเข้าใจว่า ที่เขาโฆษณาประชาสัมพันธ์นั่นมันจริงหรือมันเท็จ แล้วมันมีข้อเท็จจริงในนั้นเท่าไร แล้วถ้าเรามีข้อเท็จจริงเท่าไร เออ! มันเป็นอาชีพ อาชีพหลอกคน การประชาสัมพันธ์ไง
แต่ปากต่อปาก ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เราทำสัจจะความจริงของเรา ถ้าทำสัจจะความจริงของเรานะ ให้มันสงบระงับเข้ามา อย่าให้มันฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมทะเยอทะยานจนเกินไป
เวลาคิดงานๆ นั่นอีกเรื่องหนึ่ง เวลาคิดงานๆ คิดให้เต็มที่เลย มีความรู้เท่าไร มีประสบการณ์เท่าไร ใช้ขึ้นมาเพื่อประสบการณ์ของชีวิต
แต่ถ้ามันจะหาความสุขที่แท้จริงๆ ไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ รื้อหัวใจของสัตว์โลกนะ มันสุข มันทุกข์ มันอยู่ที่หัวใจของคนคนนั้นไง เรายังมีชีวิตอยู่นี่ เรายังมีความสุขความทุกข์ของเราตลอดเวลา พอเจอเหตุการณ์อะไรที่มันกระเทือนใจ ขนลุกขนพองเลย ขนลุกได้เพราะอะไรล่ะ เพราะความรู้สึกภายในทั้งนั้นน่ะ
แต่เวลาเป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมา ที่เราจะฝึกหัดปฏิบัติของเราขึ้นมานะ ถ้ามันเป็นข้อเท็จจริงขึ้นมา พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
หัวใจที่มันหลับใหลๆ เพราะอะไร หลับใหลเพราะมันกิเลสตัณหาความทะยานอยาก เวลาประพฤติปฏิบัติก็ตะครุบเงา มันเป็นเงา อาการของจิตทั้งนั้น มันเกิดขันธ์ ๕ ไม่ใช่จิต จิตไม่ใช่ขันธ์ ๕ ขันธ์ ๕ ความคิด ถ้าขันธ์ ๕ เป็นเราแน่นอน เวลาความคิดมันหายไป เราต้องตายสิ ทำไมเดี๋ยวก็คิดได้ เดี๋ยวก็ลืม ลืมก็ตายแล้ว เพราะขันธ์ ๕ ถ้าเป็นเราไง ถ้าไม่ใช่เรา เออ! ลืม ลืมเดี๋ยวก็ทบทวน ก็คิดขึ้นมาใหม่ ทบทวน
ขันธ์ ๕ ไม่ใช่เรา เราไม่ใช่ขันธ์ ๕ เพราะมันลืมได้ มันลืมได้ มันปลดเปลื้องได้ แต่โดยมิติ โดยการเกิดเป็นมนุษย์มีธาตุ ๔ และขันธ์ ๕ ขันธ์ ๕ ที่เราสื่อสารกันนี่ เพราะขันธ์ ๕ สื่อสารกัน แล้วมันสื่อสาร มันก็ต้องมีพลังงาน นี่ตัวจิต ถ้าไม่มีพลังงาน ขันธ์ ๕ มันไม่คล่องแคล่วหรอก
อย่างเช่นเด็กๆ อู้ฮู! มันชัดเจน มันกำลังจะเติบโตนะ พอเริ่มแก่ ลืมแล้ว มันลืมเลย เป็นอัลไซเมอร์เลย คิดไม่ได้ คิดไม่เป็นแล้ว
มันไม่ใช่เรา แต่มันเป็นสถานะของความเป็นมนุษย์ไง ถ้าเรามีสติปัญญารู้เท่าทันมัน เราควบคุม เราดูแลมันได้
ถ้าควบคุมดูแลมันได้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สอุปาทิเสสนิพพาน ก็ธาตุ ๔ และขันธ์ ๕ นี่แหละ ธาตุ ๔ เราใช้คำว่า “ขันธ์บริสุทธิ์” ไง
เขาว่า เฮ้ย!มีด้วยหรอวะขันธ์บริสุทธิ์
เพราะขันธ์ไม่มีกิเลส นี่ไง ภารา หเว ปญฺจกฺขนฺธา
ขันธ์เป็นขันธมาร ขันธมารเพราะเรามีพลังงาน พลังงานที่มันสกปรกไง พลังงานที่มันไม่สะอาดไง เวลามันเข้ามาสู่ขันธ์ นี่ขันธมาร มารๆๆ
แต่ขันธ์ที่สะอาดบริสุทธิ์เพราะพลังงานมันบริสุทธิ์ไง พลังงานที่ดีงามไง สอุปาทิเสสนิพพาน มีธาตุ ๔ และขันธ์ ๕ นี้ไว้สื่อสารกับโลกธาตุนี้เท่านั้นน่ะ ถึงเวลาตาย ทิ้งมันเลย ทิ้งไว้ที่นี่ พลังงานที่บริสุทธิ์ไปแล้ว
แต่พลังงานของเรา มารอยู่ตรงนั้นน่ะ มารมันอยู่ที่พลังงานนั่นล่ะ
จิตเดิมแท้ไง จิตเดิมแท้นี้ผ่องใส จิตเดิมแท้นี้หมองไปด้วยอุปกิเลส จิตเดิมแท้นี้ผ่องใส จิตเดิมแท้เป็นผู้ข้ามพ้นกิเลส ถ้ามันจะข้ามพ้น มันต้องผ่องใสของมัน มันต้องมีสติปัญญาของมันไง มีสติปัญญาของมัน แล้วมันมีสติปัญญามันเข้ามา
เธอจงมีธรรมเป็นที่พึ่งเถิด
แล้วธรรมมันเกิดจากไหน
ธรรมมันเกิดจากการประพฤติปฏิบัติขึ้นมา ธรรมมันเกิดจากประสบการณ์ไง
แต่ของเราประสบการณ์ เราเป็นโลกียะ เป็นเรื่องโลกๆ เราก็ตะครุบเงา ขันธ์ของเรา ความรู้ของเรา เรายอดเยี่ยมหมด เวลามันลืมน่ะ โอ้โฮ!
เวลาเขาโพกผ้าขาวม้าไว้บนหัวไง แล้วก็หาผ้าขาวม้าในบ้าน หาไม่เจอหรอก โพกไว้ที่หัว แล้วหาอยู่นั่นน่ะ หาไม่ได้
ใจของตนอยู่กับเราแท้ๆ เลยล่ะ หาไม่เจอ แล้วเวลาจะหามันเจอ เห็นไหม เพราะมันเป็นมัคโค เป็นทางอันเอก ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา ลัทธิศาสนาอื่นไม่มี มันหวังแต่พึ่งคนอื่นไง ล้างบาปก็พระเจ้าบงการ ทุกอย่างส่งออกหมดเลย แต่พระพุทธศาสนาตีกระแสกลับเข้าสู่ใจของตัวเองหมดเลย
แล้วพอเวลาจะเข้าไปสู่ใจของตัว ปัญหามันเกิด เกิดตรงนี้
เขาภาวนา เราก็ภาวนา อ้าว! ภาวนาก็นั่งเหมือนกัน กิริยาเหมือนกัน ยืน เดิน นั่ง นอนเหมือนกัน เวลาเขาทำความชั่ว เขาก็เดินไปทำนั่นแหละ เวลาเราเดินจงกรม เราจะเดินหาความสงบสุขไง เวลาเดินหาความสงบสุข โอ้โฮ! มันดิ้นพราดๆ น่ะ ดิ้นพราดๆๆ ก็ทำให้เราทุกข์เรายาก เราลำบากเราลำบน ทุกข์ยากไปทั้งนั้นเลย ไหนว่าปฏิบัติธรรมแล้วจะมีความสุข
สุขตอนที่มันสงบไง สุขตอนที่มันสงบ ครูบาอาจารย์ที่ท่านเดินจงกรมนะ เหมือนจะเหาะ เหมือนจะลอย มันลอยไปลอยมาเลย มันเบาของมันน่ะ แล้วก็อยากได้อย่างนั้นน่ะ
อยากได้อย่างนั้นต้องขยัน ขยันทำเข้า เดี๋ยวมันได้ มันได้เพราะมันสมเหตุสมผลของมัน ธรรมทั้งหลายมาแต่เหตุ หนึ่งบวกหนึ่งเป็นสอง ทำคุณงามความดี ถ้าเป็นความจริงขึ้นมาแล้วมันต้องให้บุญกุศลแน่นอนในหัวใจของตน
แล้วที่เราฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา ทำความสงบของใจเข้ามา ไม่มีใครสอนได้ ไม่มีใครบอกได้ ไม่มีใครทำให้ได้ ไม่มีใครบังคับให้เป็นได้ เว้นไว้แต่อุปาทานหมู่ “เหมือนกันเลย เราเหมือนกันเลย โอ๋ย! อย่างนี้แหละบรรลุธรรมหมดเลย”
ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย วุฒิภาวะมันอ่อนแอไง ที่ไหนมีศรัทธา ที่นั่นมีเหยื่อ เหยื่อทั้งนั้นเลย เหยื่อที่การโฆษณาประชาสัมพันธ์ เหยื่อ เหยื่อไปติดกับหมดเลย
เวลาเขาโฆษณาประชาสัมพันธ์ เราก็ยิ้มๆ เห็น เมื่อก่อนขึ้นป้ายกันเลย กำหนดวันเลย จะเข้าฌานสมาบัตินั่นน่ะ
นั่นมันป้าย มันเข้าจริงได้หรือวะ
ครูบาอาจารย์ของเรานะ อยู่ในป่าในเขา ท่านมีความสงบสุขของท่าน
ไอ้นี่ โอ้โฮ! โฆษณาขึ้นมานะ มวลชนเขาไปมากมาย ทุกคนมาเชิดชูบูชา มันจะสงบที่ไหน
มันมีนะ มีครูบาอาจารย์ที่ดังมากเลย เวลาเข้าไปอยู่ในโลงศพ เข้าฌานสมาบัติ เขาส่งอาหารทางท่อนั่นน่ะ เขาทำกัน โอ้โฮ! ลึกลับซับซ้อน ไอ้เหยื่อนี่ชอบ ชอบดูละคร ชอบไปวัด ให้พระเล่นละครให้ดู ชอบ ชอบละคร แต่ความจริงมันไม่ชอบ
ถ้าความจริง เงียบ สงัด วิเวก ไม่มีสิ่งใดเลย หัวใจสงบสุขมันต้องการอย่างนี้ ต้องการความสงบสงัดไง
แล้วใครมาวัดนี้ไง “โอ้โฮ! ที่นี่ยอดเยี่ยมมากเลย โอ้โฮ! มันสงบมากเลย”
มึงน่ะตัวทำให้เสียงดัง ไอ้ที่ชมเขานั่นแหละ มึงไม่ต้องชม มึงเก็บไว้ในใจ
“โอ้โฮ! ที่นี่ยอดเยี่ยมเลย กฎกติกาแน่หมดเลย”
มันน่ะคือตัวป่วน มันจะป่วนมึงแล้วแหละ
ที่ไหนสงบสุข มองด้วยสายตา เรารู้แล้ว เก็บไว้ในใจ แล้วเราอย่าทำให้มันกระเพื่อม
“โอ้โฮ! ที่นี่มันดีมากเลย มันสงบสุข”
มึงกระพืออยู่นั่นอยู่คนเดียว มึงจะบ้า ไม่ต้องไปชม เก็บไว้ในใจเป็นประสบการณ์ของชีวิต ที่ไหนดีที่ไหนชั่วมันรู้ของมันทั้งนั้นน่ะ
แล้วไอ้ที่ว่าชื่นชมๆ ไล่ออกไปหมดแล้วล่ะ
ที่นี่สงบ เลยไม่มีใครทำ มันทำคนเดียว มันเด่นไง มันอยากทำไง มันอยากโชว์ออฟไง มันเรื่องไร้สาระ
เรื่องจริงๆ เรื่องหาความสุขสงบในใจของตน อิ่มเอิบ อบอุ่น เวิ้งว้าง มหัศจรรย์ เราต้องการตรงนี้ แต่เริ่มต้นมา มาจากโลก
ทำงานมากระหืดกระหอบเลย แล้วก็จะมาวัดแล้ว จะกำหนดพุทโธแล้ว แล้วจะทำความสงบแล้ว ไม่สงบสักที มันวิตกมันกังวลไปทั้งนั้นน่ะ
เวลาถ้ามันเป็นสัจจะความจริงนะ เวลาที่คำว่า “บรรลุธรรม” สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส มันจะสักกายทิฏฐิที่เห็นผิด เห็นผิดในใจของตนน่ะ มันขาดไป แล้วมันไม่มีการลูบการคลำ ถ้ามันข้อเท็จจริงขึ้นมา ใจมันเปลี่ยนจากบุคคลคนหนึ่งเป็นอีกคนคนหนึ่งเลย แล้วถ้าเป็นอีกคนคนนั้น คนที่มีสติปัญญาที่เขารอบคอบของเขา เขาจะบ้าบอคอแตกกระพือเห่อเหิมอย่างนั้นหรือ มันเป็นไปไม่ได้ ถ้ามันเป็น มันก็เป็นกิเลสทั้งนั้นน่ะ อ้างธรรมะ เล่นลิเกละครให้ฆราวาสเขาดู
ไอ้เราก็ชอบดูละครอย่างนั้นน่ะ ไม่ต้องไปที่วัดให้มันเสียตังค์หรอก เสียเวลาด้วย ทีวีก็มี ทวิภพ ชาติภพ โอ้โฮ! ร้อยแปดพันเก้า ตอนนี้นะ ถ้าหนังไทยก็หนังผีทั้งนั้นน่ะ หนังผี คนไทยชอบดู
เรามองโลกไง โลกกับธรรม
ครูบาอาจารย์นะ ใบไม้ตกใบเดียว นั่นก็เป็นธรรมแล้ว มันหลุดจากขั้วแล้ว มันหมดอายุขัยของมันแล้ว
แล้วอารมณ์เราเกิดดับๆๆ เมื่อไหร่มันจะหมดอายุขัยสักที
ไม่มีทางได้หมดหรอก เพราะนั่นคือพลังงาน แล้วมันสกปรกด้วย มันสกปรกด้วยอวิชชา สกปรกไปด้วยความหลงใหล แล้วเข้าข้างตัวเอง หลงไง หลงในจุดยืนของตน หลงในความเห็นของตน หลงดูลิเกละครที่เขาแสดงให้ดู เขาชอบดูละครลิเกอย่างนี้ เอาความจริงไม่มี
ถ้าเป็นความจริง ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก ใครสร้างให้ใครไม่ได้ มันจะเป็นข้อเท็จจริงในหัวใจดวงนี้ ถ้าเป็นข้อเท็จจริงหัวใจดวงนี้นะ นี่ไง มันถึงชื่นชมพระพุทธศาสนาไง มันถึงชื่นชมองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง ปัญญาคุณ เมตตาคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามหัศจรรย์มาก
แล้วเวลาครูบาอาจารย์ที่ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา หลวงตาพระมหาบัวเวลาสิ้นกิเลส ท่านกราบแล้วกราบเล่าๆ กราบองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง เพราะมันลึกลับซับซ้อนในหัวใจขนาดนั้น “รู้ได้อย่างไรๆ” เวลาท่านรำพึงในใจไง “รู้ได้อย่างไรๆ แล้วเอามาสอนได้อย่างไร” แล้วตัวเองเวลาเป็นจริงขึ้นมา
ไอ้ของเราบรรลุธรรม จำมาหมดเลย แล้วเวลามันฟั่นเฟือนนะ ฟั่นเฟือนนะ เวลามันจินตนาการไปมันออกนอกขอบเขตไง
“โอ้โฮ! พระพุทธเจ้าสู้เราไม่ได้ ปัญญาเรากว้างขวางกว่า”
โอ๋ย! มึงจะบ้าแล้วนะน่ะ ไอ้คนใกล้บ้ามันจินตนาการไม่มีขอบเขตไปตลอด ไม่มีสิ่งใดเป็นที่ตรวจสอบ สิ่งใดเป็นที่ยึดเหนี่ยว
ธรรมและวินัยไม่ขัดและไม่แย้งกัน ครูบาอาจารย์ของเราแต่ละองค์ไง จิตใจที่สูงกว่าดึงจิตใจที่ต่ำกว่า คู่ที่ ๑ คู่ที่ ๒ คู่ที่ ๓ คู่ที่ ๔
คู่ที่ ๒ ก็เหนือกว่าคู่ที่ ๑ คู่ที่ ๓ ก็เหนือกว่าคู่ที่ ๒ คู่ที่ ๔ ก็เหนือกว่าคู่ที่ ๓ แล้วถ้าไปถึงคู่ที่ ๔ เสมอกันหมด เหมือนกันหมด เป็นอันเดียวกันหมด
จิตใจที่เขาดึงกัน เขาพยายามขวนขวายกัน หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านทำของท่านขึ้นมา ให้หมู่คณะพยายามเกื้อกูลกัน เกื้อกูลกันด้วยสติด้วยปัญญา
เกื้อกูลแล้ว คนที่เขาเป็นจริงขึ้นมาแล้วเขารู้ บอกมันไม่ได้หรอก ยิ่งบอกมันยิ่งค้าน ยิ่งบอกมันยิ่งลำบาก ต้องตีวัวกระทบคราด บอกไปให้เขาได้ระลึกได้ บอกให้เขาช็อก บอกให้เขาตกใจ เอ๊อะ! เอ๊อะ! เฮ้ย! อย่างนี้กูไม่รู้นะ เฮ้ย! อย่างนี้มีด้วยหรือวะ
มีสิ เพราะมึงไม่รู้ไง
แต่ถ้าเขารู้แล้ว พอครูบาอาจารย์พูด ใช่ ใช่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพยากรณ์ พระปฏิบัติก็เป็นแบบนี้
แล้วเวลาผู้ใดฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมามันขัดมันข้อง เวลาออกพรรษาแล้ว กฐินแล้ว ในพรรษาฝึกหัดปฏิบัติสู้กับกิเลสทั้ง ๓ เดือน ออกพรรษาแล้วก็ตะเกียกตะกายจะไปเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วอินเดียมันกว้างขนาดไหน แว่นแคว้นขนาดไหน กว่าจะเดินไปเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแก้ไขให้ไง
แต่ถ้าเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะ พุทธกิจ ๕ เช้าเล็งญาณ ผู้ที่มีวาสนา แต่เขาอายุสั้น เขาจะหมดโอกาส เวลาไปสอนนะ เหยียดและคู้ ไปที่ไหนได้หมด ถึงหมด ด้วยอำนาจธรรมในหัวใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะไปโปรดสัตว์ จะไปแก้ไข ถ้ามีอำนาจวาสนา เพราะท่านดูวาสนา แต่ไอ้ผู้ที่ฝึกหัดปฏิบัติ พระโดยทั่วไป ทุกคนก็จะไปเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำอย่างไรองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะให้ธรรม ให้สัจธรรม ให้ฝึกหัดขึ้นมาให้เป็นปัจจัตตัง เป็นสันทิฏฐิโก เป็นสมบัติของเขา
เขาฝึกหัดขึ้นมาโดยหัวใจของเขา มันต้องเป็นสมบัติของเขา มันต้องเป็นปัจจัตตัง เป็นสันทิฏฐิโกในหัวใจของเขา ด้วยอำนาจวาสนาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ร่มโพธิ์ร่มไทรคุ้มครองดูแลเขา ให้สืบต่อต่อเนื่องกันไปไง ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาให้ตามข้อเท็จจริงอันนั้นไง
ไม่ใช่ลิเก ไม่ใช่ละคร ไม่ใช่ประชาสัมพันธ์ ลวงโลก หลอกลวงไอ้พวกโง่ๆ ไอ้พวกเหยื่อไปเป็นเหยื่อของเขา เอวัง